เกี่ยวกับเรา

ประวัติความเป็นมา

สำนักงานอธิการบดี สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม เดิมเป็นหน่วยงานธุรการ ในโรงเรียนประจำมณฑลพิษณุโลก “พิษณุโลกพิทยาคม” เมื่อปี  พ.ศ.2464  ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “โรงเรียน พิษณุโลกวิทยายน” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2469 และเสด็จพร้อมสมเด็จพระบรมราชินีรำไพพรรณี  มา ทรงเปิดอาคารเรียน  เมื่อวันที่  7 มกราคม 2470 เวลาประมาณ 15.30 น. ณ พระราชวังจันทน์ ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้ขึ้นทางราชการจึงสั่งยุบโรงเรียนจนในปี พ.ศ.2476 ได้เปิดสอนหลักสูตรวิชาครูในโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพิษณุโลก (โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีในปัจจุบัน)  และในปี  พ.ศ.2486 แผนกฝึกหัดครูของโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ได้แยกออกมาจากโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพิษณุโลก ตั้งเป็นโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลกโดยที่กิจการแยกกันแต่สถานที่ยังใช้รวมกันอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูนี้สังกัดกรมวิสามัญศึกษา

           ปี  พ.ศ.2497  กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น จึงโอนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลก ไปสังกัดกรมการฝึกหัดครูและปรับปรุงหลักสูตรเป็นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา ( ป.กศ.)

           ปี  พ.ศ.2598  รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม สร้างโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีขึ้นใหม่ในที่ตรงข้ามแม่น้ำ (บริเวณสถาบันราชภัฏถนนวังจันทน์ปัจจุบัน) แต่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีมิได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่แห่งใหม่ ราชการจึงได้ยกโรงเรียนใหม่ให้แก่ โรงเรียนสตรีฝึกหัดครู

           ปี  พ.ศ.2499 ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม เปิดรับนักศึกษาแบบสหศึกษา นักเรียนหญิงอยู่ประจำ  นักเรียนชายเดินเรียน นับแต่นั้นมา โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามก็เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ขยายเนื้อที่รวมที่ดินของโรงเรียนการช่างชายซึ่งอยู่ ติดกัน ทำให้มีเนื้อที่เท่าขนาดเนื้อที่ในปัจจุบัน คือ 40 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.)  และ ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. สูง) และเปลี่ยนจากโรงเรียนฝึกหัดครูเป็นวิทยาลัยครูในปีเดียวกัน ปี พ.ศ.2518 รัฐบาลได้ประกาศพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูโดยมีสภาการฝึกหัดครูทำหน้าที่กำหนดนโยบายและควบคุมการบริหารงานในวิทยาลัยครูทั่วประเทศและเปลี่ยน ชื่อ ตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาเป็นอธิการวิทยาลัยครู การบริหารงานของวิทยาลัยฯ จัดเป็นคณะวิชาและสำนักหรือศูนย์ที่เทียบเท่าคณะ วิชาและได้ทำการเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.)

            ปี  พ.ศ.2524  วิทยาลัยครูได้รับอนุมัติจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งทะเลแก้ว  จำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมขยายวิทยาลัยออกไป โดยมีโครงการใช้ที่ดินระยะแรก 400 ไร่

            ปี  พ.ศ.2527 ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ.2518 ให้ขยายการเปิดสอนระดับปริญญาตรีจากสายครุศาสตร์ เป็นสายวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ซึ่งสำนักงานอธิการบดีได้เปลี่ยนจากแผนกงานธุรการ เป็นสำนักงานอธิการโดยมีตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานอธิการเป็นผู้บังคับบัญชา

            ปี  พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปัจจุบันทรงพระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครู และพระราชทานตราพระราชลัญจกรในพระองค์ เพื่อเป็นตราสัญลักษณ์ของสถาบัน ปี พ.ศ.2538 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 แทนพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ.2518 และ พ.ศ.2527 เพื่อให้สถาบันมีความเป็นอิสระ และคล่องตัวทั้งในด้านการดำเนินการและการเปิดสอนในระดับการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีได้ สถาบันจึงขยายกิจการมาเป็นลำดับโดยสำนักงานอธิการได้รับการยกฐานะเป็นสำนักงานอธิการบดี และมี ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เป็นผู้บังคับบัญชาจนถึงปัจจุบัน

ปรัชญา

            ” บริหารเด่น เน้นบริการ ประสานภารกิจ มุ่งผลสัมฤทธิ์ ของมหาวิทยาลัย “